money home loan

money home  loan ปัจจัยที่ควรนำมาพิจารณาก่อนตัดสินใจทำธุรกรรมนอกจากดอกเบี้ยหรือค่าตอบแทนที่ต้องเสีย

money home  loan สำหรับคนที่สนใจจำนอง- ขายฝาก  เพื่อส่งเอกสารให้ทางเจ้าหน้าที่ประเมินได้ฟรี

ไม่ต้องจ่ายเงินโดยแนบเอกสารให้ครบถ้วนสมบูรณ์ดังต่อไปนี้รูปถ่ายหน้าแล้วก็หลังโฉนดภาพถ่ายเงินอีกทั้งข้างในแล้วก็ข้างนอกวงเงินที่ปรารถนาชื่อแล้วก็หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกลับทาง HomeLoan

ใช้ระยะเวลาสำหรับเพื่อการประเมินภายใน 6 ชั่วโมงเวลาทำการ (9.00-21.00น.)เมื่อทราบผลแล้วสามารถนัดหมายวันที่กรมที่ดินได้ในทันที กลับสู่หน้าหลักขายฝากเป็นยังไง

“อยากได้เงินลงทุน  money loan จากอสังหาริมทรัพย์ที่มีจะเลือก ขายฝาก หรือ จำนำดี”ปริศนานี้บางทีอาจเป็นปริศนาที่คนอีกปริมาณ

ไม่น้อยสงสัยอยู่ เหตุเพราะในช่วง money loan loan on home ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมานี้ หลายๆคนอาจ ควรต้องใช้เงิน

แม้กระนั้นไม่รู้จะเลือกทางไหนคำตอบประเด็นนี้ไม่ยาก ไม่ง่าย แต่ว่าสิ่งที่พวกเราต้องเริ่มเป็น

รู้เรื่องความหมายของคำว่า “ขายฝาก” และก็ “จำนอง” กันเสียก่อนขายฝาก เป็นอย่างไร?

 

money home loan

 

ขายฝากอสังหาฯเป็นกระบวนการทำนิติกรรม การค้าขายอสังหาฯแบบหนึ่งซึ่งผู้ครอบครองใน ทรัพย์สินจะเป็นของคนรับซื้อฝากทันทีหากแม้ให้โอกาสให้ผู้ที่ขายนั้น สามารถนำเงินมาไถ่คืนเงินของตนได้ภายในช่วงระยะเวลาที่ระบุ โดยในส่วนของคนที่เป็น

ฝ่ายรับซื้อฝากนั้น ก็จะมีสิทธิที่จะได้รับผลตอบแทน ทดแทนจากวิธีขายฝากสูงสุดถึง 15% ต่อปี หรือ 1.25 % ต่อเดือนและก็ได้รับเงินจากทาง แนวทางการขายฝากคืนในทันทีหากมีการไถ่คืน

เกิดขึ้นแปลให้ง่ายยิ่งกว่านั้น มันเป็น แนวทางการขายและก็มอบโอกาสการ ซื้อคืนนั่นเอง ยกตัวอย่าง ดังเช่นว่า นาย ก เป็นเจ้าของธุรกิจการค้าแห่งหนี่ง ซึ่งมีที่ดินอยู่และก็มีความคิดว่าธุรกิจจำ

เป็นจำต้องใช้เงิน เลยตกลงใจเอาไปขายฝากกับ นาย ข ผู้ซึ่งเป็นนักลงทุนมีเงินเหลือใช้เมื่อขายฝากเสร็จที่ดินนั้นจะเป็นของนาย ข ในทันทีแต่นาย ก ยังสามารถนำเงินมา ซื้อที่ดินคืนจากนาย ข ได้ภายในเวลาที่กำหนดตามสัญญา แต่ว่าไม่เกิน 10 ปี ตามที่กฎหมายระบุ

แม้กระนั้นถ้าเกิดนาย ก ไม่มาซื้อคืน ทรัพย์สินนั้นก็จะเป็นของนาย ข โดยบริบูรณ์ผลของ แนวทางการขายฝากหมายถึงนาย ก ได้เงินไปใช้ ส่วนนาย ข จะเห็นผลคุณประโยชน์ทดแทน

กลับมานั่นเองจำนำคืออะไร แม้กระนั้นในทางกลับกัน จำนองนั้นจะถือว่าเป็นการทำนิติกรรม อีกรูปแบบหนึ่งเพื่อเป็นการการันตี การจ่ายและชำระหนี้แก่ผู้รับจำนอง โดยสินทรัพย์จะยังไม่เปลี่ยน เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับจำนองอย่างกระทันหัน แม้ผิดนัดใช้หนี้

ควรมีการฟ้องร้องบังคับคดี ให้ทางศาลยึดทรัพย์สินก่อนจากตัวอย่างเดิม

ถ้าหากว่านาย ก เลือกเอาเงิน ไปจำนำกับนาย ข (ผู้รับจำนำ) แทนที่จะขายฝาก รวมถึงถ้าหากนาย ก ไม่ชำระเงินกู้คืนนาย ข แล้วล่ะก็ นาย ข ควรต้องไปฟ้องให้ศาล วิเคราะห์ให้ที่ดินดังที่ได้ money home loan money loan loan on homeพูดไปแล้วเป็นของ

นาย ข เพราะนาย ก ไม่ยินยอมจ่ายและชำระหนี้นั่นเองคุณลักษณะเด่น รวมทั้งข้อบกพร่อง ของการขายฝาก และก็จำนำขายฝาก vs จำนำขายฝากคืออะไร? ต่างกับจำนำอย่างไร? สรุปลักษณะเด่นของ วิธีขายฝากจะมีความคิด มีความคิดเห็นว่ากรณีของแนวทาง

วิธีขายฝาก-รับซื้อฝากนั้น โดยรวมจัดว่ามีจุดเด่นมากกว่าการจำนำ ทั้งยังในด้านของ ผู้ขายฝากแล้วก็ ผู้รับซื้อฝากถ้ามอง ในทางของคนรับซื้อฝาก จะมีความคิดเห็นว่า ได้รับเงินมาโดยตรง ไม่ต้องฟ้องร้องคดีเมื่อผิดนัดจ่าย และใช้หนี้ใช้สินส่วนใน ทางของผู้ขายฝาก

ก็ยังได้ช่องที่กำลังจะได้รับวงจาก เงินขายฝากที่สูงกว่า หรือจากที่ตกลง กันระหว่างผู้ขายฝาก และก็ผู้รับซื้อฝาก แล้วก็ยังสามารถไถ่คืนคืน ได้ถ้าเกิดอยากได้แต่ว่า การขายฝาก ก็มีการเสี่ยงในหลายๆด้านทั้งยังเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับการประเมินราคาต่างๆและเรื่อง

สภาพคล่องของเงิน ที่ต้องระวังเมื่อ ผู้บริโภคมุ่งมาดปรารถนานำไปขายต่อซึ่งที่ตรงนี้จำเป็นต้องใคร่ครวญ การเสี่ยงเป็นราย กรณีไปขายฝาก vs จำนอง : ขายฝากคืออะไร ต่างกับจำนองยังไง สรุปในเวลานี้ วิธีขายฝากจัดว่า เป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับใน

การมองหาแหล่งเงินทุน สำหรับผู้ที่มุ่งมาดปรารถนา และเป็นอีกวิถีทางหนึ่งใน การลงทุนสำหรับคนที่มองหา อสังหาริมทรัพย์ดีๆเช่นกัน ซึ่งขณะนี้ทาง การ ขายฝาก – รับซื้อฝาก ก็มีตัวกลาง ยกตัวอย่างเช่น เว็บไซต์จับคู่ขายฝากอสังหาฯ เข้ามาช่วยจับคู่อสังหาริมทรัพย์และ

ผู้รับซื้อฝาก พร้อมบริการชี้แนะบริษัทประเมิน อสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับความเห็นชอบ

จากการขายฝากเป็นสัญญาซื้อขายซึ่งเจ้าของใน ทรัพย์สินตกไปยังผู้ซื้อ โดยมีกติกากันว่า ผู้ขายบางทีอาจไถ่ สมบัตินั้นคืน ได้ภายในช่วงเวลาที่กำหนดไว้ในคำสัญญา หรือมิฉะนั้นใน ตั้งเวลาตาม กฎหมายหมายถึงถ้าเกิด เป็นอสังหาริมทรัพย์ อย่างเช่น บ้าน ที่ดิน

จึงควรไถ่ด้านใน 10 ปี ตั้งแต่แมื่อตอนที่มีการขาย ถึงแม้ถ้า เกิดเป็นสังหาริมทรัพย์ จำเป็นจะต้องไถ่ข้างใน 3 ปีนับแต่ค้าขาย หากเกินกำหนดตอนนี้

แล้วข้อบังคับจัดว่า เจ้าของในเงินทองที่จำหน่ายฝากกัน เป็นของคนรับซื้อฝากในทันที ในกรณีที่ทำข้อตกลงระบุ เวลาไถ่นานเกินกว่า 10 ปี 3 ปี ก็จำเป็นต้องลดลงมาเป็น 10 ปี 3 ปี หรือหากว่าลงลายลักษณ์อักษรตั้งเวลาไถ่น้อยกว่า 10 ปี 3 ปี ก็จะเพิ่มเวลามิได้หลักสำคัญ

ของแนวทางการขายฝากอยู่ที่จะต้องมีการส่งมอบ การมีไว้ในครอบครอง โดยตรงหรือปริยาย ให้แก่คนรับซื้อฝากกับเจ้าของ แต่ว่าเมื่อถึงกำหนดเวลาแล้ว คนขายฝากมีสิทธิที่จะไถ่คืนได้ โดยเหตุนี้ตอนที่ยัง ขายฝากกันอยู่แล้วหลังจากนั้นก็เจ้าของตกแก่คนรับซื้อฝาก

คนรับซื้อฝากบางครั้งอาจจะนำสินทรัพย์ ไปทำประการใดก็ได้ ใครๆก็ไม่มีสิทธิห้ามข้อแตกต่างระหว่าง “การขายฝาก” กับ “การจำนำ”คือการจำนองนั้นผู้จำนอง นำสินทรัพย์ของตน อาทิเช่น บ้าน-ที่ดิน

ไปค้ำประกันหนี้เงินกู้ยืม หากแม้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ เจ้าหนี้ก็จะฟ้องร้องคดี รวมทั้งบังคับ คดียึดทรัพย์สิน ที่เอามาการันตีไว้แม้กระนั้นการขายฝากเป็นการนำทรัพย์สินไปขายให้แก่คนอื่นภายใต้กติกาที่ว่าเมื่อถึงเวลาแล้วผู้ ขายฝากมีสิทธิไถ่คืนได้ ถ้าเกินกำหนดก็ เสียเจ้าของ ในทันทีทันใด

ส่วนมากแล้ว คนรับซื้อฝากกับผู้ขายฝากจะมี

การทำสัญญาในลักษณะปีต่อปี เพื่อหลบหลีกกฎหมาย ว่าด้วยวิธีขายฝากที่มีตั้งเวลาไถ่คืนไว้ ห้ามเลื่อนเวลาห้ามเลื่อนเวลาทั้งนั้น แม้กระนั้นสิ่งหนึ่งที่ชอบคิดไม่ถึงหมายถึงการที่ลงลายลักษณ์อักษรปีต่อปีนั้น ทุกครั้งต้องเสียภาษีอากรที่เกี่ยว

โยงหลายประเภททุกทีไป ดังเช่นว่า กรณีขาย ฝากบ้าน ที่ดิน ควรต้องเสียภาษีอากรธุรกิจเฉพาะร้อยละ 3.3 ของราคาขายฝากทั้งปวงค่าธรรมเนียมการโอนแล้ว ก็ค่าอากร ร้อยละ 2.5 แล้วก็ ก็ยังค่าภาษีรายได้บุคคลปกติ

นี่ยังไม่นับค่าภาษี อากรโรงเรือน แล้วก็ที่ดิน ภาษีบำรุง ท้องที่ ที่ผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์จำเป็นต้องเสียทุกปี ผู้รับซื้อฝากที่ได้ครอบครองที่ดินควรเป็นผู้จ่าย แม้กระนั้นแน่นอนว่าจึงควรผลัก

หน้าที่รับผิดชอบไปให้คนขายฝากซึ่งเป็นเจ้าของเดิมจ่ายแทนเสมอ ภาษีที่กล่าวถึงกลุ่มนี้ ผู้ขายฝากควรจะเป็นผู้แบกภาระทุกๆครั้งซึ่งเมื่อเอามาคิดคำนวณ แล้วยอดเงินที่ผู้ขายฝากจำเป็นต้องจ่ายไปทั้งหมด

กลับสูงขึ้นยิ่งกว่าที่ได้รับมาตอนขายฝาก เสียอีกก็เลยเห็นได้ว่าสัญญาขายฝากเป็นข้อตกลงที่เอาเปรียบคนขายฝากเป็นอย่างยิ่ง  และก็ยิ่งหากหลงๆลืมๆไม่ไปไถ่ถอนใน กำหนดเวลาก็จำเป็นที่จะต้องเสียเจ้าของโดยทันที

ขายฝากบ้านที่ดิน ที่พวกเราควรรู้ขายฝากบ้านที่ดิน

อีกหนึ่งต้นสายปลายเหตุที่ควรนำมาพินิจพิเคราะห์ก่อนที่จะทำการตัดสินใจทำธุเกลื่อนกลาดกรมเว้นแต่ดอกหรือค่าแรงที่จำต้องเสียแล้วทีนี้คือค่าธรรมเนียมที่กรมที่ดินโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าธรรมเนียมในธุรกรรมขายฝากบ้านทางHomeLoan

ได้สรุปค่าใช้จ่ายให้ทราบดังนี้ค่าธรรมเนียมสำหรับในการจดจำนองค่าธรรมเนียมคำขอจดจำนองแปลงละ 5 บาทค่าจดจำนอง 1% ของวงเงินจำนำแต่ว่าต้องไม่เกิน 200,000 บาทค่าอากรแสตมป์ตามวงเงินจำนำคือทุก 2,000 บาทเสียค่าอากรแสตป์ 1 บาท

แต่ว่าจะต้องไม่เกิน 10,000 บาทค่าธรรมเนียมสำหรับการไถ่ถอนจำนองค่าธรรมเนียมคำร้องขอจดจำท่วมแปลงละ 5 บาทค่าจดทะเบียนประเภทไม่มีทุนทรัพย์แปลงละ 50 บาทค่าธรรมเนียมสำหรับในการจดขายฝาก (เทียบเท่าการขาย)ค่าธรรมเนียมกระบวนการทำนิติกรรมขายฝาก 2% ของราคาประเมินกรมที่ดินหรือยอดเงิน

ขายฝากค่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาหักในที่จ่ายค่าภาษีอากรธุรกิจเฉพาะ( 3.3% ของราคาประเมินหรือราคาจำหน่าย) ไม่ต้องชำระแม้ถือสิทธิ์สินทรัพย์เกิน 5 ปีค่าอากรแสตมป์( กรณีไม่เสียค่าภาษีอากรธุรกิจเฉพาะ) 200 บาทติดอากรแสตมป์ 1 บาท (0.50 %)

ตามราคาประเมินหรือราคาค้าขายค่าธรรมเนียมสำหรับเพื่อการไถ่ถอนขายฝากค่าธรรมเนียมแปลงละ 50 บาทค่าภาษีอากรหักในที่จ่ายค่าภาษีอากรธุรกิจเฉพาะค่าอากรแสตมป์ 0.50% ของราคาประเมินหรือยอดสินไถ่การจำนองเป็นการที่บุคคลคนหนึ่งเรียกว่า “ผู้จำนอง”

ได้ทำนำอสังหาริมทรัพย์ของตัวเอง เช่น ที่ดินหรือทรัพย์สินที่กฎเกณฑ์อนุญาตให้จำนองได้ ไปลงบัญชีไว้กับบุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า “ผู้รับจำนอง”

เพื่อเป็นประกันสำหรับการใช้หนี้ใช้สิน ทั้งนี้โดยผู้จำนองไม่ต้องส่งที่ดินหรือเงิน money loan loan on home ดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นนั้นให้แก่ผู้รับจำนอง

1.การจำนำ สมบัติของตนเองเพื่อเป็นการยืนยันการจ่ายและชำระหนี้ของตนเองอาทิเช่น นาย A ได้กู้เงินจากนาย B 1 แสนบาท โดยนาย A นำที่ดินซึ่งเป็นของตนเองไปขึ้นทะเบียนจำนำต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อเป็นการรับรองการจ่ายชำระหนี้เงินกู้ของนาย A เอง

2.การจำนอง เพื่อเป็นการการันตีการจ่ายหนี้ของบุคคลอื่นได้แก่ นาย A ได้กู้หนี้ยืมสินจากนาย B เป็นจำนวนเงิน 1 แสนบาท โดยนาย C ได้นำที่ดิน  money loan loan on home ของตัวเองไปจดทะเบียนจำนำต่อบุคลากรข้าราชการ เพื่อเป็นประกันการจ่ายหนี้ที่นาย A ได้กู้ไปจากนาย Bสินทรัพย์ที่อาจใช้เพื่อสำหรับการจำนำได้

แบ่งได้ 2 ประเภทใหญ่ได้ 2 ชนิด เป็น
1.อสังหาริมทรัพย์ ดังเช่น ที่ดิน บ้าน หรือสิ่งก่อสร้างทุกหมวดหมู่อันติดอยู่กับที่ดินนั้น
2.สังหาริมทรัพย์ ที่จำนำได้ เป็น

2.1)เรือกำปั่น เรือที่มีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป เรือกลไฟ หรือเรือยนต์ที่มีระว่างตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป2.3)สัตว์ยานพาหนะ
2.4)สังหาริมทรัพย์อื่นๆซึ่งข้อกำหนดได้กฎระเบียบให้ลงทะเบียนจำนำได้

ตัวอย่างเช่น เครื่องจักรขนาดใหญ่ฯลฯหลักเกณฑ์ใน การจำนำ

1.ผู้จำนองต้องเป็นผู้ครอบครองบาปสิทธิในเงินทองที่จะจำนอง
2.คำสัญญาจำนำ ต้องทำเป็นหนังสือและก็นำไปลงบัญชีต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ไม่งั้นข้อตกลงจำนองจะเป็นโมฆะ ไม่เป็นผลผูกพันแก่คู่สัญญาอะไร สำหรับเพื่อการกู้ยืมนั้นมีอยู่เสมอ

ที่ผู้กู้ได้นำเอาโฉนดที่ดินของตนเองไปมอบให้แก่ผู้ให้กู้รักษาไว้เฉยๆเพื่อเป็นประกันในการจ่ายและชำระหนี้ โดยไม่มีการทำเป็นหนังสือและไม่ได้นำไปลงบัญชีต่อเจ้าหน้าที่เจ้าหน้าที่รัฐ ในกรณีนี้ไม่ใช่การจำนำ ผู้ให้กู้หาไม่ได้มีสิทธิอะไรก็แล้วแต่ในที่ดินตามโฉนดอะไร

ได้แค่เพียงกระดาษโฉนดไว้ภายในถือสิทธิ์เท่านั้น ด้วยเหตุผลดังกล่าว แม้ผู้ให้กู้มุ่งหมายที่จะให้เป็นการจำนองโดยชอบด้วยกฎหมายแล้ว จำต้องทำเป็นหนังสือรวมทั้งนำไปสมัครสมาชิกต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
3.จำเป็นต้องไปลงบัญชีต่อเจ้าหน้าที่ข้าราชการที่มีอำนาจรับขึ้นทะเบียนจำนำโดยชอบด้วยกฎหมาย  money loan loan on home พูดอีกนัยหนึ่ง

3.1)ที่ดินที่มีโฉนดต้องนำไปขึ้นทะเบียนที่กรมที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินกรุงเทพมหานคร (สาขา) หรือที่ทำงานที่ดินจังหวัด หรือที่ทำการที่ดินจังหวัด (สาขา) ซึ่งที่ดินนั้นจำเป็นต้องอยู่ในเขตอำนาจ
3.2)ที่ดินที่ไม่มีโฉนด เป็นต้นว่าที่ดิน น.ส. 3 จะต้องไปขึ้นบัญชีที่อำเภอ ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ในเขตอำนาจ

3.3)การจำนองเฉพาะบ้านหรืออาคารบ้านเรือนไม่รวมที่ดินต้องไปลงทะเบียนจำนองที่อำเภอ
3.4)การจำนำสัตว์ยานพาหนะ หรือแพ ต้องไปลงบัญชีที่อำเภอ
3.5)การจำนำเรือจำต้องไปขึ้นบัญชีจำนองที่กรมเจ้าท่า
3.6)การเขียนทะเบียนเครื่องจักรต้องไปลงทะเบียนที่กระทรวงอุตสาหกรรมผลของสัญญาจำนำ

1.ผู้รับจำนองมีสิทธิได้รับจ่ายหนี้จากเงินทองที่จำนำก่อนเจ้าหนี้สามัญ โดยไม่ต้องพินิจว่ากรรมสิทธิในทรัพย์สินนั้นจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือไม่ก็ตามเป็นต้นว่า นาย A ได้กู้ยืมจากนาย B เป็นเงิน 1 แสนบาท โดยนาย A นำที่ดินของตัวเองไปขึ้นทะเบียนจำนำไว้กับนาย B แล้วหลังจากนั้นก็ต่อมานาย A ได้กู้ยืมจากนาย C อีก 1 แสนบาท

โดยมิได้มีการนำที่ดินไปขึ้นบัญชีจำนองอะไร ขายฝากบ้านที่ดิน ดังนี้ นาย B มีสิทธิที่กำลังจะได้รับใช้หนี้ใช้สินจากที่ดินดังกล่าวได้ก่อน นาย C และถึงนาย A จะได้โอนกรรมสิทธิที่ดินแปลงนั้นไปให้บุคคลภายนอกแล้วหลังจากนั้นก็ตามนาย A อาจจะมีสิทธิที่กำลังจะได้รับ

ใช้หนี้ใช้สินจากที่ดินแปลงดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นได้ก่อนเจ้าหนี้อื่นที่มิได้ไป สมัครสมาชิกจำนองในที่ดินแปลงดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว
2.นอกนั้นผู้รับจำนำยังมีสิทธิที่จะเรียกเอาเงินที่จำนำนั้นหลุดเป็นกรรมสิทธิของตัวเองได้ถ้าเกิดเข้าข้อกำหนดดังต่อไปนี้

2.1) ลูกหนี้ได้ขาดส่งดอกเบี้ยมาแล้วเป็นเวลาถึงห้าปี
2.2) ผู้จำนองไม่ได้แสดงให้เป็นที่พอใจแก่ศาลว่าราคาทรัพย์สินนั้นท่วมจำนวนเงินอันติดเงิน
2.3) ไม่มีการจำนำรายอื่น หรือบุขอบสิทธิอื่นได้ขึ้นทะเบียนไว้เหนือ

ทรัพย์สินอันเดียวกันนี้เองดังเช่น นาย A ได้กระทำการกู้หนี้ยืมสินจากนาย B เป็นจำนวนเงิน 1 แสนบาทโดยที่นาย A ได้นำที่ดินราคา 1 แสนบาทซึ่งแพงพอกับเงินกู้ไปขึ้นทะเบียนจำนองไว้เป็นประกันการใช้หนี้ของตัวเอง โดยตกลงค่าดอกในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ต่อมาอีก 10 ปี นาย A ผิดนัดไม่เคย

ชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยให้แก่นาย B เลย โดยเหตุนี้เมื่อรวมยอดหนี้เป็นเงินต้น 1 แสนบาท กับดอกอีก 3 หมื่นบาทแล้วจะเป็นเงิน 1 แสน 3 หมื่นบาท นาย B มีสิทธิฟ้องนาย A ต่อศาลขอให้ศาลสั่งให้นาย A โอนบาปสิทธิในที่ดินดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นให้มาเป็นของนาย B ได้เลย โดยไม่ต้องมีการขายทอดตลาดที่ดินดังที่ได้กล่าวมาแล้วแต่อย่างใด

3.ถ้าหากเอาเงินซึ่งจำนำออกขายตลาดใช้หนี้

ได้เงินน้ำหนักสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่ชิดกันอยู่ หรือ ถ้าเกิดเอาทรัพย์สินซึ่งจำนำหลุดเป็นของผู้รับจำนองและราคาสินทรัพย์นั้นแพงต่ำยิ่งกว่าจำนวนเงินที่ชิดกันอยู่

ทั้งคู่กรณีนี้ เงินยังขาดปริมาณอยู่เท่าใด ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบจำนวนในเงินที่ยังขาดอยู่นั้นตัวอย่างเช่น นาย A ได้นำที่ดินไปจำนำนาย B เป็นเงิน 1 แสนบาทถัดมาเมื่อเจ้าหนี้บังคับจำนำเอาที่ดินออกขายขายทอดตลาดได้เงินเพียง 5 หมื่นบาท

ดังต่อไปนี้นาย B จะไปบังคับให้นาย A ทดแทนเงินปริมาณที่ยังขาดอยู่อีก 5 หมื่นบาทไม่ได้ยกเว้นแต่ถ้าหากว่าในคำมั่นสัญญาจำนำได้ตกลงกันไว้ว่า ในเรื่องที่มีการบังคับจำนำแล้ว

ได้เงินไม่เพียงพอจ่ายยอดหนี้ เงินที่ยังขาดปริมาณนี้ลูกหนี้ยังคงต้องยอมสารภาพใช้ให้แก่ผู้รับจำนองกระทั่งครบถ้วนบริบูรณ์ข้อตกลงเช่นนี้มีผลบังคับได้ไม่ถือว่าเป็นการไม่ถูกกฎหมายผู้รับจำนองมีสิทธิที่จะบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้ส่วนที่ยังขาดปริมาณอยู่ดังที่กล่าวถึงแล้วได้อีกกระทั่งครบถ้วนสมบูรณ์ได้แก่

นาย A ได้นำที่ดินไปจำนำนาย B เป็นจำนวนเงิน 1 แสนบาท โดยตกลงกันว่าถ้านาย B บังคับจำนองแล้วได้เงินไม่ครบ 1 แสนบาท นาย A ยินยอมใช้เงินที่ยังขาดปริมาณอยู่นั้นคืนให้แก่ผู้รับจำนองจนถึงครบถ้วน money home loan money loan loan on home

ถัดมานาย B บังคับจำนองนำที่ดินออกขายขายทอดตลาดได้เงินเพียง 5 หมื่นบาท เงินที่ยังขาดอีก 5 หมื่นบาทนั้น นาย B มีสิทธิบังคับให้นาย A ใช้คืนให้แก่ตนตราบจนกระทั่งครบได้

กลับสู่หน้าหลัก