ข่าวเทคโนโลยี

ข่าวเทคโนโลยี

ข่าวเทคโนโลยี

ข่าวเทคโนโลยี

REVIEW | รีวิว OPPO Find X3 Pro บทใหม่แห่งเรือธงระดับพรีเมียม ระบบสี 10-bit | เซนเซอร์กล้องตัวท็อปคู่ | กล้องจุลทรรศน์

วนมาครบกันอีกปีแล้วกับโทรศัพท์เคลื่อนที่เรือธงของค่อย OPPO อย่างซีรีส์ Find ซึ่งครั้งนี้ OPPO Find X3 Pro ก็ได้เริ่มตำนานฉบับใหม่ กับการสร้างสรรค์โทรศัพท์มือถือเรือธงที่มีคุณลักษณะเด่นในแบบของตนเอง ด้วยสเปคเรือธงระดับแถวหน้าของค่าย งานประกอบที่หรูหรา และก็ระบบกล้องที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี แล้วประสบการณ์ใช้งานจริง ล่ะจะสมกับชื่อเรือธงพรีเมียมได้หรือไม่ ? วันนี้ Droidsans จะมารีวิว OPPO Find X3 Pro กันขอรับ

จากประสบการณ์ที่ได้จับมือถือเรือธงมาหลายๆรุ่น การจะรีวิวมือถือเรือธงซักเครื่องนึงจะต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ยากพอสมควรถ้าเราไม่สามารถที่จะหา identity ที่แท้จริงของมือถือเครื่องนั้นๆได้ ในตอนที่แบรนด์โทรศัพท์มือถือใส่ทรัพยากรทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเข้าไปในโทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่ง ผลลัพท์ที่ออกมาก็จะได้เป็นแค่มือถือแรงๆเครื่องหนึ่งเท่านั้น แม้กระนั้นสิ่งที่ OPPO เพียรพยายามทำอยู่เดี๋ยวนี้คือการฉีกตัวเองออกมาจากตลาด แล้วสร้างสรรค์โทรศัพท์เคลื่อนที่เรือธงที่ให้ประสบการณ์ที่ต่างออกไป

แกะกล่อง | UNBOXING

มาเริ่มกันที่ของในกล่องกันก่อนเลย ซึ่งโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนเรือธงปัจจุบันเริ่มมีเทรนด์ไม่แถมหัวชาร์จกันมาบ้างแล้ว แม้กระนั้น OPPO ไม่ผันตัวตามตลาดง่ายๆมีแถมหัวชาร์จ SuperVOOC 65W และก็สายชาร์จ USB-A to C มาให้ในกล่องสามารถจับใช้งานได้เลย ตัวกล่องมาเป็นสีเทาขนาดพอดีมองพรีเมียมมากมายๆแถมยังมีหูฟัง USB-C แล้วก็เคสแบบ Soft-touch สีดำมาให้ด้วย

ดีไซน์ แล้วก็การจับถือ

อย่างแรกที่มองเห็นกันได้ง่ายๆเลยคือเรื่องดีไซน์ แล้วก็การจับถือ OPPO Find X3 Pro ให้ความรู้ความเข้าใจสึกที่พรีเมี่ยมโดยทันทีจะแต่เดิมที่เริ่มจับถือ ด้วยดีไซน์โดยรวมที่เน้นย้ำความงอมนเป็นหลักตั้งแตขอบเครื่องไม่จนถึงโมมองลกล้อง เป็นมือถือที่–หาขอบคมๆยากมาก ให้ความรู้ความเข้าใจสึกที่นุ่มๆสบายมือเวลาจับถือ ส่วนที่จับแล้วคมจะมีแค่ตรงปุ่มเพิ่มลดเสียงที่อยู่ทางด้านซ้ายแค่นั้น (จับๆแล้วแอบลื่นพอสมควร )

มาเริ่มกับฝาหลังที่เป็นคุณลักษณะเด่นกันก่อนเลยดียิ่งกว่า โดย OPPO Find X3 จะมี 2 สีเช่นดำ แล้วก็น้ำเงิน ซึ่ง 2 สีที่วางจำหน่ายจะสัมผัสฝาข้างหลังที่ไม่เหมือนกัน สีดำใช้เป็นกระจกระยิบระยับ ส่วนสีน้ำเงินใช้เป็นวัสดุ Frosted ขุ่นๆให้ง่ายต่อการจับถือ แล้วก็อีกทั้ง 2 สีก็มีความสวยงามที่นาๆประการสุดแท้แต่ความพอใจครับ

ทาง OPPO ได้ย้ำเน้นย้ำเรื่องแนวทางการผลิตอันสุดจะซับซ้อนของดีไซน์ฝาข้างหลัง ที่ผ่านกรรมวิธีนานาประการขั้นตอนเพื่อจะให้เป็นอย่างที่เห็น ซึ่งก็ต้องยอมจริงๆเพราะว่ามันงามมากโดยเฉพาะรอบๆโมดูลกล้องที่ใช้ชื่อ Gradient Arc Camera นูนขึ้นเป็นเนื้อเดียวกับฝาหลังแบบไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ช่วยให้การจับถือรู้สึกสมูธตลอดตั้งแต่ล่างถึงบน ตบท้ายด้วยโลโก้ OPPO แววๆข้างล่าง

OPPO ให้ข้อมูลว่าฝาหลังได้ผ่านความร้อนกว่า 700 องศากว่าจะสามารถดัดให้โค้งมนไม่มีรอยต่อแบบที่เห็นได้ เพิ่มเติมด้วย Control Points ทั่วฝาข้างหลังกว่า 2000 จุดเพื่อได้รูปทรงที่ถูกต้องสมูธ แล้วก็พรีเมียมสมกับชื่อเรือธงของค่าย แล้วก็บอกได้เลยว่าเป็นมือถือที่วางแบบฝาข้างหลังยากจะหาผู้ใดมาเทียบได้จริงๆครับ

โมมองลกล้องดีไซน์แบบงี้แม้มันจะมองสวยสดงดงามไร้รอยต่อก็จริง แม้กระนั้นเวลาวางมือถือราบกับโต๊ะ ตัวกล้องจะสัมผัสกับโต๊ะโดยตรงดูไม่ค่อยปลอดภัยเท่าใด เห็นอย่างงี้เอาเคสมาใส่คงจะไม่มีอันตรายมากกว่า

มองดูลงมาข้างล่างพวกเราจะพบกับช่องชาร์จ USB-C ถาดใส่ซิมข้างๆ และลำโพงที่ทำงานคู่กับลำโพงสนทนาข้างบนเป็นระบบ Stereo เสียงดังใช้ได้ แต่มีข้อคิดเห็นที่ลำโพงด้านล่างมีเสียงดังกว่าข้างบนนิดหน่อย ส่วนปุ่มเพิ่ม/ลดเสียงก็จะถูกวางอยู่ด้านซ้าย ตรงกันข้ามกับปุ่ม Power

 

คนที่ใช้งาน ColorOS บ่อยๆอยู่รวมทั้งคงจะรู้จักกับใบหน้าแบบงี้ดี แต่สำหรับผมส่วนตัวยังไม่ค่อยถูกใจดีไซน์ทรงสี่เหลี่ยมอย่างนี้เท่าใดครับ

สำหรับหน้า Home ตามแบบฉบับของ ColorOS ก็จะเป็นแบบไม่มี App Drawer อยู่แล้ว ซึ่งผู้ใช้งานคนไหนกันที่ถนัดแบบ App Drawer มากกว่าก็สามารถเข้าไปเปลี่ยนที่หน้า Settings ได้ โดยจากที่ใช้ๆมาก็ถือได้ว่าหน้า Home ที่ลื่นไหล คลีนๆใช้งานสบาย ลากไปทางซ้ายสุดก็จะสามารถเปิดหน้า Google Discovery ขึ้นมาได้

ColorOS ก็มากับฟีพบร์ Gesture ต่างๆที่จะเข้ามาช่วยเพิ่มความสบายในการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นฟีเจอร์แคปจอด้วยการลาก 3 นิ้ว รวมทั้งฟังก์ชัน Screen-off gesture ซึ่งสามารถให้ผู้ใช้งานลาก Gesture เป็นรูปตัว V หรือ O เพื่อเรียกใช้กล้องถ่ายภาพ หรือไฟฉายได้อย่างเร็ว

ส่วนที่ถูกใจที่สุดก็น่าจะเป็น Live Wallpaper ที่ทาง OPPO คัดเลือกค์มาเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็นภาพที่เปลี่ยนแปลงตามเวลา ภาพที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนจอ อนิเมชั่นที่เล่นตามจุดที่สัมผัส หรือจะเป็นแบบที่เล่นกับ Gyroscope ก็มีนะครบและก็สวยสดงดงามมากมายๆ

ถือว่าเป็นการใช้จอสเปคสุดเทวดาตัวนี้ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อันที่จริงแล้วจิตใจก็รู้นะว่ามันเปลืองแบตเตอรี่แม้ ข่าวเทคโนโลยี กระนั้นมันสวยจนจำต้องยอม ใช้แล้วรู้สึกเลยว่าหน้าจอ OPPO Find X3 สีงามสดเป็นธรรมชาติมากมายๆยิ่งถ้าหากจัดหน้า Home ให้โล่งเตียนจะยิ่งสวยเข้าไปใหญ่เลยนะครับ

สเปค OPPO FIND X3 PRO

  • จอภาพ : AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว, ความละเอียด QHD+, อัตรารีเฟรช 120Hz แบบไดนามิก, รองรับการแสดงผล HDR10+
  • ชิป : Qualcomm Snapdragon 888
  • หน่วยความจำ : RAM 12GB + ROM 256GB
  • กล้องหลัง : 4 ตัว
    – กล้องหลัก 50MP (ƒ/1.8), เซนเซอร์ภาพ Sony IMX766, All Pixel Omni-Directional PDAF, EIS
    – กล้องอัลตร้าไวด์ 50MP (ƒ/2.2), มุมกว้าง 110.3 องศา, เซนเซอร์ภาพ Sony IMX766, All Pixel Omni-Directional PDAF, EIS
    – กล้องเทเลโฟโต้ 13MP (ƒ/2.4)
    – กล้องไมโครเลนส์ 3MP (ƒ/3.0)
  • กล้องหน้า : 32MP (ƒ/2.4)
  • เครือข่าย : 5G
  • การเชื่อมต่อ :
    – Wi-Fi 802.11 a/b/g/n/ac/ax
    – Bluetooth 5.2
    – GPS, A-GPS, GLONASS, BDS, GALILEO, QZSS
    – NFC
    – USB Type-C
  • เซนเซอร์ : Fingerprint, accelerometer, gyro, proximity, compass
  • แบตเตอรี่ : 4500mAh, รองรับชาร์จไว 65W
  • ความทนทาน :
    – กระจกหน้าจอ Corning Gorilla Glass 5
    – กันน้ำและฝุ่น IP68
  • ระบบปฏิบัติการ : Color OS 11.2 บนพื้นฐาน Android 11

 

 

กลับหน้าหลัก

รีวิวเว็บพนัน