รับจํานองโฉนดที่ดิน คือ

รับจํานองโฉนดที่ดิน คือ มาทำความรู้จักกับ “ การจำนอง ” ที่เข้าใจดีแล้วจะไม่ทำให้คุณนั้นเป็น “ แกะดำ ”

รับจํานองโฉนดที่ดิน คือ การจำนองหมายถึง รับจํานองโฉนดที่ดิน การที่บุคคลคนหนึ่งเรียกว่า “ผู้จำนอง” ได้ทำนำอสังหาริมทรัพย์ของตัวเอง เป็นต้นว่า ที่ดินหรือสมบัติพัสถานที่กฎหมายอนุญาตให้จำนองได้ ไปจดทะเบียนไว้กับบุคคลอีกคนหนึ่งเรียกว่า “ผู้รับจำนอง” เพื่อเป็นหลักประกันสำหรับการใช้หนี้ ทั้งนี้โดยผู้จำนองไม่ต้องมอบที่ดินหรือทรัพย์สินดังที่กล่าวถึงมาแล้วนั้นให้แก่ผู้รับจำนองได้แก่ นาย A

ได้กู้ยืมจากนาย B เป็นจำนวนเงินสด 1 แสนบาท โดยนาย A ได้นำที่ดินของตนเองไปลงทะเบียนจำนองต่อบุคลากรข้าราชการ เพื่อเป็นการประกันการใช้หนี้เงินกู้จำนวน 1 แสนบาท นาย A ได้กู้ไปจากนาย B โดยนาย A ไม่ต้องส่งมอบที่ดินของตนให้แก่นาย B รวมทั้งนาย A ยังคงมีสิทธิครอบครองและใช้สอยที่ดินของตนเอง

ได้ตามเดิมการจำนำ เพื่อเป็นการประกันการจ่ายชำระหนี้แก่ผู้รับจำนำนั้น มีอยู่ร่วมกันหลายสาเหตุนั้นก็คือ

1.การจำนำ สมบัติพัสถานของตนเองเพื่อเป็นการรับรองการจ่ายหนี้ของตนดังเช่น นาย A ได้กู้หนี้ยืมสินจากนาย B 1 แสนบาท โดยนาย A นำที่ดินซึ่งเป็นของตัวเองไปลงทะเบียนจำนองรับจํานองโฉนดที่ดิน คือ ต่อพนักงานข้าราชการเพื่อเป็นการประกันการใช้หนี้เงินกู้ยืมของนาย A เอง

2.การจำนอง เพื่อเป็นการประกันการชำระหนี้ของบุคคลอื่นตัวอย่างเช่น นาย

A ได้กู้ยืมเงินจากนาย B เป็นจำนวนเงิน 1 แสนบาท โดยนาย C ได้นำที่ดินของตนเองไปลงบัญชีจำนำต่อพนักงานข้าราชการ เพื่อเป็นประกันการชำระหนี้นาย A ได้กู้ไปจากนาย Bเงินทองที่อาจใช้สำหรับการจำนองได้

แบ่งได้เป็น 2 จำพวกใหญ่ได้ 2 ประเภท เป็น

1.อสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน บ้าน หรือสิ่งปลูกสร้างทุกจำพวกอันติดอยู่กับที่ดินนั้น

2.สังหาริมทรัพย์ ที่จำนำได้ คือ

]2.1)เรือกำปั่น เรือที่มีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป เรือกลไฟ หรือเรือยนต์ที่มีระว่างตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป

2.2)แพ

2.3)สัตว์ยานพาหนะ

2.4)สังหาริมทรัพย์อื่นๆซึ่งกฎหมายได้บัญญัติให้ลงทะเบียนจำนองได้ดังเช่นว่า เครื่องจักรขนาดใหญ่เป็นต้นหลักเกณฑ์ใน การจำนำ

1.ผู้จำนองจะต้องเป็นเจ้าของบาปสิทธิในทรัพย์ที่จะจำนอง

2.ข้อตกลงจำนำ จำต้องทำเป็นหนังสือและนำไปจดทะเบียนต่อพนักงานข้าราชการ ไม่งั้นสัญญาจำนองจะเป็นโมฆะ ไม่เป็นผลผูกพันแก่คู่สัญญาแต่อย่างใด สำหรับการกู้ยืมนั้นมีอยู่เป็นประจำ รับจํานองโฉนดที่ดิน คือ ที่ผู้กู้ได้นำเอาโฉนดที่ดินของตนไปมอบให้แก่ผู้ให้กู้รักษาไว้เฉยๆเพื่อเป็นประกันสำหรับการใช้หนี้ โดยไม่มีแนวทางการทำเป็นหนังสือและไม่

ได้นำไปขึ้นทะเบียนต่อบุคลากรเจ้าหน้าที่ ในกรณีนี้ไม่ใช่การจำนำ ผู้ให้กู้หาไม่ได้มีสิทธิอะไรก็ตามในที่ดินตามโฉนดอะไร ได้แค่เพียงกระดาษโฉนดไว้ในครอบครองแค่นั้น ฉะนั้น ถ้าผู้ให้กู้มุ่งหวังที่จะให้เป็นการจำนำตามกฎหมายแล้ว จะต้องทำเป็นหนังสือรวมทั้งนำไปลงทะเบียนต่อบุคลากรเจ้าหน้าที่

3.ต้องไปขึ้นทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจรับจดทะเบียนจำนำโดยชอบด้วยกฎหมาย พูดอีกนัยหนึ่ง

3.1)ที่ดินที่มีโฉนดต้องนำไปขึ้นทะเบียนที่กรมที่ดิน หรือที่ทำการที่ดินกรุงเทพมหานคร (สาขา) หรือสำนักงานที่ดินจังหวัด หรือสำนักงานที่ดินจังหวัด (สาขา) ซึ่งที่ดินนั้นจำเป็นต้องอยู่ในเขตอำนาจ

3.2)ที่ดินที่ไม่มีโฉนด ได้แก่ที่ดิน นางสาว 3 จำต้องไปลงบัญชีที่อำเภอ ซึ่งที่ดินนั้นตั้งอยู่ในเขตอำนาจ

3.3)การจำนำเฉพาะบ้านหรือสิ่งก่อสร้างไม่รวมที่ดินต้องไปลงบัญชีจำนองที่อำเภอ

3.4)การจำนำสัตว์พาหนะ หรือแพ จะต้องไปลงบัญชีที่อำเภอ

3.5)การจำนองเรือจำต้องไปลงบัญชีจำนองที่กรมเจ้าท่า

3.6)การเขียนทะเบียนเครื่องจักรจำต้องไปลงทะเบียนที่กระทรวงอุตสาหกรรมผลของข้อตกลงจำนอง

1.ผู้รับจำนำมีสิทธิได้รับชำระหนี้จากทรัพย์สินที่จำนองก่อนเจ้าหนี้สามัญ

โดยไม่ต้องพิจารณาว่ากรรมสิทธิในเงินทองนั้นจะได้โอนไปยังบุคคลภายนอกแล้วหรือไม่ก็ตามดังเช่นว่า นาย A ได้กู้ยืมจากนาย B เป็นเงิน 1 แสนบาท โดยที่นาย A นำที่ดินของตัวเองไปลงทะเบียนจำนองไว้กับนาย B แล้วก็ถัดมานาย A ได้กู้หนี้ยืมสินจากนาย C อีก 1 แสนบาท

โดยมิได้มีการนำที่ดินไปลงบัญชีจำนำแต่อย่างใด ดังนี้ นาย B มีสิทธิที่กำลังจะได้รับใช้หนี้ใช้สินจากที่ดินดังที่กล่าวถึงแล้วได้ก่อน นาย C และก็ถึงแม้ว่านาย A จะได้โอนกรรมสิทธิที่ดินแปลงนั้นรับจํานองโฉนดที่ดิน คือ ไปให้บุคคลภายนอกและตามนาย A คงมีสิทธิที่กำลังจะได้รับใช้หนี้จากที่ดินแปลงดังที่กล่าวมาแล้วได้ก่อนเจ้าหนี้อื่นที่มิได้ไปจดทะเบ

2.นอกนั้นผู้รับจำนองยังมีสิทธิที่จะเรียกเอาเงินที่จำนองนั้นหลุดเป็นกรรมสิทธิของตัวเองได้ถ้าเข้าเงื่อนไขดังต่อไปนี้

2.1) ลูกหนี้ได้ขาดส่งดอกเบี้ยมาแล้วตรงเวลาถึงห้าปี

2.2) ผู้จำนองไม่ได้แสดงให้เป็นที่น่าพออกพอใจแก่ศาลว่าราคาเงินนั้นท่วมจำนวนเงินอันติด

2.3) ไม่มีการจำนองรายอื่น หรือบุขอบสิทธิอื่นได้จดทะเบียนไว้เหนือทรัพย์สินอันเดียวกันนี้เองเช่น นาย A ได้กระทำกู้ยืมเงินจากนาย B เป็นจำนวนเงิน 1 แสนบาทโดยที่นาย A ได้นำที่ดินราคา 1 แสนบาทซึ่งมีราคาเท่ากับเงินกู้ไปลงบัญชีจำนองไว้เป็นประกันการใช้หนี้ของตนเอง โดยตกลงค่าดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี ต่อมาอีก 10 ปี

นาย A ผิดนัดไม่เคยชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ยให้แก่นาย B เลย ด้วยเหตุนี้เมื่อรวมยอดหนี้เป็นเงินต้น 1 แสนบาท กับดอกอีก 3 หมื่นบาทแล้วจะเป็นเงิน 1 แสน 3 หมื่นบาท นาย B มีสิทธิฟ้องนาย A ต่อศาลขอให้ศาลสั่งให้นาย A โอนกรรมสิทธิในที่ดินดังกล่าวให้มาเป็นของนาย B ได้เลย โดยไม่ต้องมีการขายทอดตลาดที่ดินดังที่

ได้กล่าวมาแล้วข้างต้นอะไรถ้าเอาเงินทองซึ่งจำนำออกขายตลาดใช้หนี้ได้เงินปริมาณสุทธิน้อยกว่าจำนวนเงินที่ติดหนี้กันอยู่ หรือ หากเอาทรัพย์สินซึ่งจำนองหลุดเป็นของผู้รับจำนองรวมทั้งรับจํานองโฉนดที่ดิน คือ ราคาทรัพย์สินนั้นแพงต่ำลงมากยิ่งกว่าจำนวนเงินที่ติดหนี้กันอยู่ ทั้งคู่กรณีนี้ เงินยังขาดปริมาณอยู่เท่าใด ลูกหนี้ไม่ต้องรับผิดชอบปริมาณในเงินที่ยังขาดอยู่นั้นดังเช่นว่า นาย A ได้นำที่ดินไปจำนองนาย B เป็นเงิน 1 แสนบาท ต่อมาเมื่อเจ้าหนี้บังคับจำนองเอา

ที่ดินออกขายขายทอดตลาดได้เงินเพียงแค่ 5 หมื่นบาท ดังนี้นาย B

จะไปบังคับให้นาย A ใช้เงินปริมาณที่ยังขาดอยู่อีก 5 หมื่นบาทมิได้นอกจากแต่ทว่าหากในข้อตกลงจำนำได้ตกลงกันไว้ว่า ในเรื่องที่มีการบังคับจำนองแล้วได้เงินไม่พอชำระยอดหนี้ เงินที่ยังขาดจำนวนนี้ลูกหนี้ยังคงจะต้องยอมสารภาพชดใช้ให้แก่ผู้รับจำนำ

จนถึงครบบริบรูณ์กติกาแบบนี้มีผลบังคับได้ไม่ถือว่าเป็นการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ผู้รับจำนำมีสิทธิที่จะบังคับให้ลูกหนี้จ่ายหนี้ส่วนที่ยังขาดจำนวนอยู่ดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้วได้อีกจนครบถ้วนบริบูรณ์อย่างเช่น นาย A ได้นำที่ดินไปจำนองนาย B

เป็นจำนวนเงิน 1 แสนบาท โดยตกลงกันว่าถ้าหากนาย B บังคับจำนองแล้วได้เงินไม่ครบ 1 แสนบาท นาย A ยอมใช้เงินที่ยังขาดปริมาณอยู่นั้นคืนให้แก่ผู้รับจำนำจนถึงครบ ต่อมานาย B บังคับจำนองนำที่ดิน

ออกขายขายทอดตลาดได้เงินเพียงแต่ 5 หมื่นบาท เงินที่ยังขาดอีก 5 หมื่นบาทนั้น นาย B มีสิทธิบังคับให้นาย A ชำระคืนให้แก่ตนจนถึงครบถ้วนสมบูรณ์ได้ในเรื่องที่มีการบังคับจำนำ เมื่อนำที่ดินออกขายขายทอดตลาดได้เงินสุทธิเท่าไรรวมทั้งให้นำเงินดังกล่าวมาแล้วข้างต้นจ่ายและชำระหนี้คืนให้แก่ผู้รับจำนำ แม้มีเงินคงเหลืออยู่เท่าใด

ก็ให้ส่งคืนให้แก่ผู้จำนองผู้รับจำนอง

จะเก็บไว้เสียเองมิได้ยกตัวอย่างเช่น นาย A ได้จำนำที่ดินไว้กับนาย B เป็นจำนวนเงิน 1 ล้านบาท ต่อมาเมื่อนาย B บังคับจำนำได้เงินจากการขายทอดตลาดที่ดินดังที่กล่าวถึงแล้วเป็นเงิน 2 แสนบาท รับจํานองโฉนดที่ดิน คือ นาย B ก็หักเงินที่เป็นหนี้ตนอยู่ 1 แสนบาท ส่วนเงินที่ยังเหลืออยู่อีก 1 แสนบาท นาย B จำต้องนำไปคืนนาย A

ขอบเขตของสิทธิจำนำผู้รับจำนองมีสิทธิบังคับจำนองได้เฉพาะทรัพย์สินที่ขึ้นทะเบียนจำนำเท่านั้น จะไปบังคับถึงสินทรัพย์อื่นๆที่มิได้จดทะเบียนจำนองมิได้ เป็นต้นว่า จำนำเฉพาะที่ดินย่อมไม่ครอบถึงโรงเรือนหรือบ้านที่ปลูกภายหลังวันจำนำเว้นแต่จะได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้าว่าให้รวมถึงบ้านและโรงเรือนดังที่ได้กล่าวมาแล้วด้วย

จำนองเฉพาะบ้านซึ่งปลูกอยู่ในที่ดินของบุคคลอื่น ก็มีสิทธิเฉพาะบ้านเท่านั้น

จำนำย่อมไม่ครอบคลุมถึงดอกผลแห่งเงินซึ่งจำนำ ตัวอย่างเช่น จำนองสวนผลไม้ดอกผลที่ได้จากสวนผลไม้ยังคงเป็นกรรมสิทธิของผู้จำนองอยู่

กลับหน้าหลัก  https://www.acaiultralean-france.com/